|
พลังจิต |
ฝึกสมาธิ คู่มือการฝึกสมาธิ |
![]() |
|
|
|
|
|
|
|
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน
๔๐
กอง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติบรรลุอรหันต์ พุทธองค์มีแบบการปฏิบัติถึง ๔ แบบ คือ (อรหันต์ 4 สาย) ๑. สุกขวิปัสสโก ๒. เตวิชโช ๓.ฉฬภิญโญ ๔. ปฏิสัมภิทัปปัตโต เรื่องเกี่ยวกับสมาธิ
หนังสือคู่มือปฏิบัตินี้ ผู้เขียน
เขียนขึ้นเพราะปรารภนักปฏิบัติกรรมฐานที่มาเรียนกรรมฐานกับผู้เขียน การสอนที่สอนแก่นักปฏิบัติส่วนใหญ่ก็สอนแต่การปฏิบัติ
สำหรับความรู้ทั่วไปนั้นไม่มีโอกาสได้สอน ทั้งนี้ เพราะนักปฏิบัติส่วนใหญ่ไม่มีเวลาพักอยู่ได้นานวัน
มักจะมาขอให้ฝึกเพื่อผลทางปฏิบัติเท่านั้นฝึกแล้วก็กลับ ฉะนั้น เมื่อมีอารมณ์ข้อข้องขึ้นมา
จึงไม่สามารถจะทราบด้วยตนเองได้ บางรายอยู่ไกลถึงต่างจังหวัด กว่าจะมาพบอาจารย์ผู้ฝึกได้ก็ล่วงเวลาไปมาก
เป็นการเสียผลในทางปฏิบัติ
คณะศิษย์ส่วนใหญ่ขอร้องให้เขียนแนวการสอนให้ไว้เป็นหลักปฏิบัติ
เรื่องเขียนไว้เป็นตำรานี้ ผู้เขียนเองก็หนักใจไม่น้อยเลย
เพราะความรู้ในทางปฏิบัตินี้ผู้เขียนเองก็รู้อะไรไม่มากมายนัก รู้เท่าที่จำได้จากครูผู้สอนบ้าง จากบรรดาคณาจารย์ต่างๆที่กรุณาแนะนำให้บ้าง จากตำราบ้าง
แต่ต่อมาตำรับตำราก็ไม่ใคร่ได้สำรวจตรวจสอบ เมื่อทนต่อการขอร้องไม่ไหวก็ต้องเขียนไว้ตามแต่จะจำได้
ฉะนั้นหนังสือนี้อาจมีข้อบกพร่องอยู่มาก หากท่านผู้รู้เห็นข้อผิดพลาดที่มีขึ้นประการใด
โปรดแจ้งตรงไปยังผู้เขียนผู้เขียนขอน้อมรับคำตักเตือนนั้นด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ๑. พระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน
สุทธาวงษ์) ตามที่กล่าวนามมาแล้วนี้ ทุกท่านมีความดี
เคยแนะนำสั่งสอนผู้เขียนมามากบ้างน้อยบ้างแต่ละท่านต่างก็แนะนำสั่งสอนเพื่อให้เข้าใจในปฏิปทาการปฏิบัติด้วยดีทำให้ผู้เขียนได้รับความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นอีกมาก ฉะนั้น ความดีที่จะพึงมีจากหนังสือนี้
แม้เป็นหนังสือมีข้อความย่อ พอเป็นหัวข้อแนะในการปฏิบัติ จะไม่ละเอียดลออพอที่จะเป็นตำราได้ก็ตาม
ผู้เขียนขออุทิศความดีนี้บูชาคุณทุกท่านตามที่กล่าวนามมาแล้ว
พระมหาวีระ ถาวโร ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง )
|
กรรมฐาน ๔๐ นี่เป็นต้นแบบใหญ่
อย่าลืมว่ากรรมฐานไม่ได้มีแบบเดียวนะ แล้วแต่ละ ๔๐ แบบ
แยกเอาการฝึกออกไปเป็นข้อปลีกย่อยได้เป็นพัน ๆ จะเป็นการฝึกข้อปลีกย่อยกี่พันแบบ
หรือต้นฐาน ๔๐ แบบก็ตาม ก็ย่อเป็นกรรมฐาน ๔ หมวด ต้องเข้าหมวดใดหมวดหนึ่งให้ได้
ถ้าเข้าหมวดใดหมวดหนึ่งไม่ได้ นั่นคือ ไม่ใช่กรรมฐานของพระพุทธเจ้าที่สอนไว้
หมวดที่ ๑ เรียกว่า " สุกขวิปัสสโก " บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายฝึกกันเป็นปกติ หมวดนี้ไม่มีความเป็นทิพย์ของจิต ไม่สามารถเห็นสวรรค์ เห็นเทวดา เห็นพรหมโลกได้ ไม่สามารถจะไปได้ แต่ว่ามีฌานสมาบัติได้ เป็นพระอริยเจ้าได้ ไปนิพพานได้ หมวดที่ ๒ เรียกว่า " เตวิชโช " หมวดนี้พอจิตเข้าถึงอุปจารสมาธิแล้ว แล้วก็ฝึก ทิพจักขุญาณ เมื่อฝึกทิพจักขุญาณได้แล้ว ต้องเข้าไปฝึก ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือ ระลึกชาติได้ เมื่อได้ทั้ง ๒ ประการแล้ว ใช้กำลังญาณทั้ง ๒ ประการเข้าช่วยวิปัสสนาญาณเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี พระอรหันต์ เรียกว่า " พระวิชชาสาม " หมวดนี้สามารถเห็นสวรรค์ นรก เห็นพรหมโลก หรืออะไรก็ได้ทั้งหมด แต่ไปไม่ได้ ได้แต่เห็นอย่างเดียว นั่งตรงนี้คุยกับเทวดาหรือพรหมก็ได้ นั่งตรงนี้คุยกับสัตว์นรกก็ได้ อย่างนี้เรียกว่า " วิชชาสาม " หมวดที่ ๓ เรียกว่า" อภิญญาหก หรือ ฉฬภิญโญ" อภิญญาหกนี่เราไปไหนไปได้ตามใจชอบ จะไปสวรรค์ ไปพรหมโลก ไปนิพพาน ไปนรก เปรต อสุรกาย ไปได้หมด ประเทศต่าง ๆ ไกลแสนไกลแค่ไหน ประเทศในมนุษยโลกนี่มันไม่ไกลหรอก เราสามารถไปได้ ดวงดาวต่าง ๆ ที่ฝรั่งจะไปเราก็ไปได้ไม่ต้องลงทุน อย่างนี้เป็น " อภิญญาหก " หมวดที่ ๔ " ปฏิสัมภิทาญาณ " นี่มีความรู้ฉลาดมาก ปฏิสัมภิทาญาณมีความสามารถคลุมหมด คลุมสุกขวิปัสสโกด้วยเอาไว้ในตัว เอาวิชชาสามเข้าไว้ด้วย แล้วเอาอภิญญาหกเข้าไว้ด้วย แล้วก็ฉลาดมาก คือว่า ฉลาดในธรรมะขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกอย่าง เรียกว่า " ปฏิสัมภิทาญาณ " |
|
Palungjit.com © All right Reserved.
|