ความจริงแล้วข้าพเจ้าได้เคยเล่าเรื่องราวต่างๆ ทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ให้ ญาติสนิท มิตรสหายฟังมาแล้วบ่อยครั้ง และในทุกๆครั้งผู้ที่ได้รับฟังต่างก็เกิดความสนใจและเรียกร้องให้ข้าพเจ้าเขียนเป็นหนังสือขึ้น เพื่อที่จะได้เก็บเอาไว้อ่าน หากแต่ฟังข้าพเจ้าเล่าถึงแม้จะเข้าใจก็จริง แต่พอนานไปก็ลืมเลือน บางท่านถึงกับหาเครื่องบันทึกเสียงมาก็มี ซึ่งข้าพเจ้าก็ปฏิเสธไปเพราะเห็นว่าข้าพเจ้ายังไม่ถึงขั้นรู้แจ้งเห็นจริงนัก อาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ เมื่อทนต่อการรบเร้า และเรียกร้องของบรรดาญาติสนิทมิตรสหายไม่ได้ อีกทั้งข้าพเจ้าเองก็เห็นว่านาจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากแก่ท่านที่เป็นลูกศิษย์รุ่นหลังๆ ของหลวงพ่อ ซึ่งไม่มีโอกาสที่จะได้รับรู้ถึงเหตุการณ์แปลกๆอันน่าพิศวง และไม่มีโอกาสที่จะได้ไต่ถามถึงเรื่องราวที่ตนเคลือบแคลงสงสัยโดยตรงจากหลวงพ่อ ให้กระจ่างชัดในทุกปัญหาได้ เพราะในขณะนี้หลวงพ่อต้องให้การสงเคราะห์ต่อผู้คนมากมาย ไม่มีเวลาที่จะมาคอยตอบปัญหาให้ใครต่อใครได้ อีกทั้งผู้ที่จะถามก็ไม่กล้าถามเพราะอายต่อคนหมู่มากด้วยดังนั้นข้าพเจ้าจึงรับปากว่าจะพยายามเขียนให้ และก็ได้เริ่มเขียนเรื่อยๆ มา แต่ก็เป็นการเขียนๆหยุดๆ ด้วยมีเรื่องที่จะต้องทำอย่างอื่นมาคอยขัดขวางอยู่เสมอมา
จนกระทั่งในเดือนธันวาคม 2533 มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งติดตามหลวงพ่อ เกิดทราบจากผู้ใดไม่ทราบว่า ข้าพเจ้าเคยเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อรุ่นเก่าที่สุดด้วยผู้หนึ่ง และได้เคยรู้เหตุการณ์ต่าง ๆอันน่าพิศวงตลอดจนได้มีโอกาสสอบถามปัญหาธรรมมะที่น่าสนใจยิ่ง จากหลวงพ่อมาตั้งแต่ในครั้งที่หลวงพ่อยังไม่มีลูกศิษย์ลูกหามากมายนัก ก็เกิดสนใจอยากให้ข้าพเจ้าช่วยเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ลงในหนังสือบ้าง จึงได้ขอร้องให้พันจ่าเอกประ มาล ราชอินทร์ซึ่งเคยไปมาหาสู่กับข้าพเจ้าเป็นประจำเป็นผู้ทาบทาม ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้รับปากไปว่าจะเขียนให้ เพราะในขณะนี้ก็เขียนไว้บ้างแล้ว แต่ไม่จริงจังนัก
ด้วยเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงได้เริ่มงานเขียนอย่างจริงจังขึ้น โดยตั้งใจว่า จะแบ่งการเขียนออกเป็น 2 ตอนใหญ่ๆ คือใน ตอนที่ 1 ให้ชื่อว่า “เหตุการณ์ที่น่าพิศวง” โดยจะกล่าวถึงเหตุการณ์อันน่าพิศวงและแปลกประหลาดต่างๆ ที่ข้าพเจ้าได้เคยพบเห็นจากหลวงพ่อ ถึง 12 เหตุการณ์ด้วยกัน ซึ่งไม่อาจจะสามารถพิสูจน์ในทางของโลกวิทยาศาสตร์ได้ จึงเป็นสาเหตุจูงใจให้ข้าพเจ้าซึ่งเต็มไปด้วยมิจฉาทิฐิ บังเกิดความสนใจและจำเป็นต้องหันมาศึกษา ค้นคว้าในด้านของพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ส่วนใน โดยจะกล่าวถึงเหตุการณ์อันน่าพิศวงและแปลกประหลาดต่างๆ ที่ข้าพเจ้าได้เคยพบเห็นจากหลวงพ่อ ถึง 12 เหตุการณ์ด้วยกัน ซึ่งไม่อาจจะสามารถพิสูจน์ในทางของโลกวิทยาศาสตร์ได้ จึงเป็นสาเหตุจูงใจให้ข้าพเจ้าซึ่งเต็มไปด้วยมิจฉาทิฐิ บังเกิดความสนใจและจำเป็นต้องหันมาศึกษา ค้นคว้าในด้านของพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ส่วนใน ตอนที่ 2 ให้ชื่อว่า “ปัญหาที่น่าสนใจ” โดยคัดเลือกเอาปัญหาใหญ่ๆ 12 ปัญหาที่ข้าพเจ้าได้เคยสอบถามและหลวงพ่อได้เมตตาตอบไว้อย่างชัดเจนมาเขียนลง และในแต่ละปัญหาจะมีปัญหาย่อยๆออกไปอีกพอสมควรทีเดียวในการเขียนหนังสือทั้ง 2 ตอนนี้ ข้าพเจ้าพยายามใช้ถ้อยคำสำนวนง่ายๆ เพื่อมุ่งหวังให้ท่านผู้อ่านที่เป็นฆราวาสโดยเฉพาะศิษย์รุ่นหลังๆๆ ของหลวงพ่อซึ่งเริ่มสนใจที่จะปฏิบัติธรรม อ่านเข้าใจได้โดยง่าย อีกทั้งเมื่ออ่านแล้วเกิดความสนุก และไม่เครียดจนเกินไป และในเวลาเดียวกันก็จะแฝงไว้ซึ่งธรรมะชั้นสูงพอสมควร สำหรับท่านผู้อ่านที่ได้ผ่านการปฏิบัติธรรมมามากแล้วด้วย และที่สำคัญยิ่งก็คือข้าพเจ้าจำต้องระมัดระวังมิให้ความหมายในการตอบปัญหาของหลวงพ่อในตอนที่ 2 ผิดพลาดไปจากความเป็นจริงโดยเด็ดขาดอีกด้วย จึงนับว่าเป็นการเขียนที่ยากจริงๆ สำหรับปุถุชนธรรมดาเช่นข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม แม้หนังสือเล่มนี้จะเขียนได้จบค่อนข้างสมบูรณ์และหากท่านได้อ่านแล้วเกิดความพึงพอใจบ้างก็ดี ก็ขออย่าได้คิดยกย่องสรร เสริญข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าจำต้องยอมรับสารภาพว่าโดยสติปัญญาและความสามารถเฉพาะตัวของข้าพเจ้าจริงๆแล้ว ย่อมทำไม่ได้แน่ หลายหนหลายครั้งที่ข้าพเจ้าเขียนไปแล้วเกิดสะดุด เกิดอับจนปัญญาไม่สามารถจะเขียนต่อได้ ก็ต้องหยุดเขียน นั่งพักให้จิตเกิดสมาธิแล้วขอบารมีหลวงพ่อทุกครั้ง จึงได้เกิดความรับรู้ทางจิต เสมือนหนึ่งข้าพเจ้าเพิ่งจะได้พูดคุยหรือได้สอบถามปัญหาจากหลวงพ่อเมื่อ 2-3 วันที่แล้วเอง นั่นแหล่ะข้าพเจ้าจึงได้เขียนต่อได้และเขียนได้จนจบดังที่ปรากฏอยู่นี้(ท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ ก็ตามแต่ใจของท่านเองเถิดนะครับ)
อนึ่ง ข้าพเจ้าต้องขออภัยที่ได้นำเอาชื่อจริงของบุคคลรวมทั้งชื่อของสถานที่จริง ลงในหนังสือเล่มนี้ด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าข้าพเจ้ามิได้ยกเรื่องลมๆ แล้งๆ ขึ้นมาอ้าง ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านที่ได้อ่านหรือรับทราบคงจะเข้าใจในจุดประสงค์ของข้าพเจ้า แต่ถ้าแม้มีอะไรผิดพลาด ข้าพเจ้าต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย